คิดจะซื้อบ้านสวยๆ สักหลัง แน่นอนว่า จะต้องมีการคิดวางแผน ในการเลือกแบบบ้าน ที่สวยตรงใจ ตอบโจทย์ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน ซึ่งปัจจัยต่างๆ ในการเลือกซื้อบ้าน ก็เป็นเรื่องของที่ตั้งโครงการ, สไตล์ของบ้าน, พื้นที่ใช้สอย และ ที่สำคัญวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง เพราะจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า ส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านนั้น เหมาะสมและปลอดภัยมากพอหรือไม่ โดยทั่วไป คนเลือกซื้อบ้าน จะใส่ใจกับการเลือกผนังบ้าน ว่าใช้แบบก่ออิฐ-ฉาบปูน ตามมาตรฐานที่มีมายาวนาน หรือ ใช้นวัตกรรมใหม่ยอดนิยม อย่างระบบ Precast จนบางทีก็ทำให้เกิดความสงสัยว่า ควรเลือกซื้อบ้านที่สร้างผนังแบบไหนดี วันนี้ เรามาไขคำตอบด้วยกันว่า ผนังทั้งสองแบบนั้น มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันอย่างไร
ทำความรู้จัก กับการก่อสร้างแบบก่อ-ฉาบและการสร้างบ้านพรีคาสท์ (Precast)
ก่อนที่เราจะไปดูข้อแตกต่างของการก่อสร้างทั้ง 2 ประเภท เรามาดูลักษณะพื้นฐานกันก่อนว่า แต่ละแบบ คืออะไร ทำไมถึงต้องเป็น 2 ประเภทนี้
- สร้างแบบก่อ-ฉาบ
การสร้างแบบก่อ-ฉาบ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่บ้านมาตรฐานทั่วไปใช้กันมายาวนาน บ้านก่อปูน ในอดีตวัสดุที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายคืออิฐมอญ ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตวัสดุต่างๆที่สูงขึ้นทำให้เกิดวัสดุใหม่ๆที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้น มาหลายประเภทซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อิฐมวลเบา และใช้ปูนประสานหรือเรียกอีกอย่างว่าปูนก่อมาประสานรอยต่อต่างๆ และทำการฉาบให้ผนังเรียบ
- สร้างแบบระบบ Precast
เป็นผนังสำเร็จรูป ที่นิยมใช้กับโครงการบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน นำมาใช้ก่อสร้างเสร็จได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองการขยายตัว จะมีลักษณะเป็นชิ้นส่วนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสำเร็จ สร้างเสร็จได้ไว และมีต้นทุนการก่อสร้างที่ลดลง
บ้านแบบก่อ-ฉาบและการสร้างบ้านพรีคาสท์ (Precast) แตกต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี
เราจะทำการแยกให้ดูถึงข้อดี ข้อเสีย ของทั้งสองประเภทอย่างชัดเจน เพื่อให้คนที่วางแผนมองหาบ้านหลังใหม่ ได้ตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสม

ระบบการสร้างบ้านแบบปูน
ระบบการก่อสร้างบ้าน ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยแบ่งข้อดี และ ข้อเสีย ที่ทุกคนต้องรู้ดังนี้
ข้อดีของบ้านแบบก่อ-ฉาบ
- ความแข็งแกรง ทนทาน ในเรื่องของความแข็งแกร่ง ต้องยกนิ้วให้กับการสร้างบ้านด้วยปูนเลย เพราะมีฐานที่ยึดเหนี่ยวแน่นหนา อย่างถ้าใช้ อิฐมอญ ในการก่อสร้าง จะมีความได้เปรียบกว่าวัสดุอื่นๆ โดยมีส่วนผสมที่ทำจากดินเหนียว ปนทราย ผสมแกลบและขี้เถ้า ผ่านกระบวนการอบ มีการยึดเกาะเนื้อผิวดี รับน้ำหนักการทุบ เจาะ ฝัง และ อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างคงทน หรือ หากเลือกใช้ อิฐมวลเบา ซึ่งมีส่วนผสมจากทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซัม และผงอะลูมิเนียม ที่สามารถทนทานต่อทุกสภาวะอากาศได้
- ทนความร้อน สร้างความเย็น เราคงเคยได้ยินเรื่อง อุณหภูมิภายในบ้าน ที่ร้อนอยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้าก่อสร้างผนัง ควรเลือกใช้วัสดุที่ลดความร้อนได้ อย่างการก่อสร้างด้วยปูน หากเลือกใช้ อิฐมวลเบา บ้านก็จะมีการถ่ายเท ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากตัวอิฐมวลเบา มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน เนื้ออิฐมีลักษณะเป็นฟองอากาศ ช่วยประหยัดพลังงาน และ ลดอัตราการสิ้นเปลืองของค่าไฟฟ้าลงไปได้เยอะ
- การต่อเติมที่ง่าย แน่นอนว่า เมื่อสร้างบ้านทั้งที เจ้าของบ้านก็อยากต่อเติมส่วนนั้น ส่วนนี้เพิ่ม เพื่อให้บ้านดูสมบูรณ์ การก่อสร้างด้วยปูนจึงง่ายต่อการแต่งเติมบ้าน สามารถทุบ เจาะ แขวน เพิ่มเติมไปได้เลย ไม่ทำให้เสียรูปร่างของบ้าน แต่ก็ต้องใช้ผู้ชำนาญ มาช่วยวิเคราะห์ต่อเติม ให้เหมาะสมกับตัวบ้าน
- ขนาดมีมาตรฐาน การก่อสร้างด้วยปูน จะมีการใช้อิฐที่นำมาฉาบปูนก่อเป็นผนังขึ้นไป ซึ่งขนาดของอิฐก็จะมีมาตรฐานของมันเอง จึงสามารถใช้งาน ขึ้นรูป ตัดแต่งได้ตามขนาด และ รูปแบบที่เจ้าของบ้านต้องการ ช่วยประหยัดวัสดุ และ แรงงานในการก่อฉาบ อีกทั้ง หากใช้อิฐมวลเบา ในการก่อสร้าง จะมีน้ำหนักเบา และก่อสร้างได้เร็วขึ้น

- เก็บเสียงได้ดี อยู่ที่การออกแบบ ว่าก่อสร้างให้หนาทึบมากแค่ไหน เพราะโดยส่วนใหญ่ การก่อสร้างด้วยปูน จะช่วยเก็บเสียงได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นอิฐมวลเบา จะลดเสียงสะท้อนได้ดี กว่าอิฐมอญด้วย **เนื่องจากอิฐมวลเบามีลักษณะเป็นรูพรุน ความหนาแน่นต่ำกว่าอิฐมอญหรือพรีแคส ทำให้ลดความหนาแน่นของตรงกลางในการส่งผ่านส่งผ่านเสียงทะลุผนังไปอีกด้านได้ดี
- ทนต่อไฟ บ้านผนังปูนจะทนทานต่อไฟมากกว่าผนังสำเร็จรูป และอาจจะทนได้ถึงประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทำให้คนที่พักอาศัยรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
ข้อเสียของบ้านแบบก่อ-ฉาบ
มีข้อดีกันไปแล้ว ก็ต้องมีข้อเสีย แต่จะไม่พบมาก ในการสร้างก่อปูน เพราะเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมานาน ในการสร้างบ้าน ข้อเสียจึงมีเพียง
- บ้านปูน ผนังอาจแตกร้าวง่าย เกิดจากการฉาบผนังในช่วงที่ก่อสร้างเสร็จใหม่ ขณะที่ปล่อยให้ปูนฉาบแห้งและเซทตัวให้ยึดติดกับผนัง อาจเกิดการแห้งในแต่ละพื้นที่ไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดแตกร้าวที่เกิดจากการหัวตัวของซีเมนต์ได้ แต่อาการนี้แก้ไม่ยากเพียบกรีดผนังแล้วฉาบปูนเข้าไปใหม่ก็จะหาย
- ใช้วัสดุพวกอิฐมวลเบา อาจต้องใช้ช่างผู้ชำนาญในการก่อสร้าง และฝีมือละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
- อิฐมวลเบาคุณภาพดี อาจมีราคาแพงกว่า อิฐทั่วไป
- ดูดซึมน้ำปานกลาง บางส่วนอาจมีกลิ่นอับชื้นได้
ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากนัก สำหรับการก่อสร้างบ้านแบบปูน ซึ่งหากเข้าใจปัญหา และอุดรอยรั่วปัญหาเหล่านี้ได้ เลือกวัสดุต่างๆที่มีคุณภาพ สร้างบ้านอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ การก่อสร้างบ้านแบบปูนก็จะเกิดปัญหาน้อยมากที่สุด กว่าประเภทอื่นๆ

ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปแบบ Precast
สร้างบ้านด้วยผนังสำเร็จรูป เทคโนโลยีใหม่ยอดนิยม บ้านสร้างเสร็จรวดเร็ว โดยมีข้อดี ข้อเสียในการสร้างบ้าน ดังนี้
ข้อดีของบ้านแบบ Precast
- ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างที่เร็วขึ้น คุณภาพงานก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน สร้างโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่วางไว้แล้ว ทำให้หลายๆโครงการเปิดได้อย่างรวดเร็ว ทันความต้องการของตลาด
- ช่วยในการจัดวางพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้น เนื่องจากชิ้นส่วน เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เป็นงานที่นำมาวางตามแบบได้เลย ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศและฝีมือช่าง ทำให้จัดวางรูปแบบของพื้นที่ ได้ตามมาตรฐานที่ต้องการ เนื่องจากไม่มีเสาบ้าน
- ลดปัญหาด้านการขาดแรงงาน เพราะเป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูป ชิ้นส่วน ส่วนใหญ่ทำในโรงงานไม่ต้องใช้คนงานเยอะในการจัดการ
- ลดปัญหาเรื่องฝุ่น และ เสียงรบกวนขณะก่อสร้าง
- และการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้
ข้อเสียของบ้านแบบ Precast
แม้ระบบ Precast จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ง่ายต่อการสร้างบ้าน แต่ก็มีข้อเสียที่พบเป็นปัญหาบ่อยๆ ดังนี้
- รอยร้าว สามารถเกิดขึ้นได้ ในร่องที่ถูกออกแบบไว้บริเวณรอยต่อระหว่างผนัง หากติดตั้งไม่ได้คุณภาพ จะเกิดการแตกร้าว รั่วซึม หากเกิดการแตกร้าวแล้ว แก้ไขยาก เพราะคอนกรีตมีความแข็งสูงมากและต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการอักคอนกรีตเพื่อซ่อมรอยร้าวที่เกิดขึ้น
- ต้องเตรียมงานล่วงหน้านาน และต้องรอบคอบ เพราะต้องคำนึงถึงการผลิต ขนส่ง และติดตั้ง
- มีข้อจำกัดในการออกแบบการก่อสร้างให้สวยงาม เพราะชิ้นส่วนเป็นแบบสำเร็จรูป ต้องทำออกมาง่ายต่อการผลิต และ ขนส่ง
- ข้อจำกัดในการขนส่ง ซึ่งจะต้องเลือกรถขนส่งเฉพาะ ให้ได้กับขนาดชิ้นส่วนที่หลากหลาย
- ความแข็งแรง ขึ้นอยู่กับจุดเชื่อมต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยการ มีความซับซ้อนในการผลิตและติดตั้ง
- เก็บความร้อนและคายความร้อนช้า เมื่อโดนแดดนานๆบ้านร้อนง่าย
- คุณสมบัติความแข็งแรง ถูกประเมินตามน้ำหนักสำเร็จรูปแล้ว การต่อเติมจึงทำได้ยาก
จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ประเภทงานก่อสร้าง มีความแตกต่างกันมากทีเดียว ในแง่ของวัสดุ และความยากง่ายในการก่อสร้าง ดังนั้น ควรยึดเอาความเหมาะสมเป็นหลักว่าเจ้าของบ้าน ชอบการก่อสร้างแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ ใครที่กังวลใจในเรื่องการต่อเติมบ้าน การเก็บเสียง และการทนต่อความร้อน เราแนะนำให้เลือกซื้อบ้านแบบก่อ-ฉาบปูน ซึ่งจะได้งานที่คุณภาพกว่า ปรับแต่งได้มากกว่า

หากใครกำลังมองหาโครงการแบบก่อ-ฉาบ ลองเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่โครงการเดอะไพร์ม (ชัยพฤกษ์ – วงแหวน) เพราะเราต้องการให้คุณได้บ้านที่ดีที่สุด เราจึงเลือกขั้นตอนการสร้างแบบก่อ-ฉาบ ซึ่งได้มาตรฐาน และให้รากฐานของบ้านคุณแข็งแรง คุณสามารถแต่งเติมบ้านได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ ที่สำคัญด้วยสภาพอากาศประเทศไทย เป็นโซนร้อน บ้านที่สร้างแบบก่อปูนจะช่วยรักษาอุณหภูมิบ้านของคุณให้เย็นขึ้น หากพร้อมมาเป็นเจ้าของบ้านที่เราคัดสรรมาให้คุณแล้ว


